ทำไมไฟสามเฟสไม่มี 6 สาย

ระบบไฟสามเฟสเคยมีเด็กมาถามผมว่า ไฟหนึ่งเฟสมี 2 สาย คือสายไฟและสายนิวทรัล (คือประมาณว่าสายไฟก็ส่งไฟเข้าบ้านมา แล้วสายนิวทรัลก็รับไฟออกมาจากบ้านไป) แล้วไฟสามเฟสก็เหมือนกันใช่ไหมครับ มี 4 สาย เป็นสายไฟซะ 3 สาย อีกหนึ่งสายเป็นสายนิวทรัลสำหรับรับไฟออกมา แต่แล้วทำไมถึงไม่มีสายนิวทรัล 3 สายละครับ ก็เข้าสามก็ต้องออกสามซีครับ เข้าสามออกหนึ่งไฟก็แย่งกันออกซีครับ อืมมม..อาจฟังดูเหมือนเด็กมันกวนๆแต่ผมว่าเป็นคำถามที่ดีทีเดียวครับ เข้าใจคิด…เข้าสามก็ต้องออกสามซิ ผมเลยตอบมันไปว่าแบบนี้ครับ เนื่องจากไฟฟ้าเป็นคลื่นครับ ก็เดินทางเป็นแบบคลื่นครับ โดยคลื่นของสามเฟสนั้นเดินทางที่เฟสต่างๆ กัน เพราะฉะนั้น 3 สายที่เข้ามา มันก็เข้ามาต่างเฟสกัน ตอนออกก็ออกต่างเฟสกัน จึงไม่ได้แย่งกันออกแต่ประการใด

สรุปง่ายๆ ภาษาชาวบ้านร้านตลาดก็คือไฟสามสายเดินทางมาไม่พร้อมกันก็เลยออกไม่พร้อมกันก็เลยไม่ต้องแย่งกันออกครับ ก็เลยออกเส้นเดียวได้ด้วยประการละฉะนี้แล…พอเข้าใจไหมครับ

ติดตั้งปั๊ม…อย่าลืมบายพาส

รูปปัมน้ำมันอะไรกัน บายพาสถนนเลี่ยงเมือง …ไม่ใช่อย่างนั้นครับ บายพาสในที่นี้ก็หมายถึงต่อตรงเข้าไปในบ้านโดยไม่ผ่านปั๊มน้ำนั่นเองครับ (ดูรูปประกอบ) เพราะอะไรนะหรือครับ ก็เพราะว่าถ้าไฟดับหรือปั๊มเสีย เราก็อดล้างก้นนะซีครับ และจากประสบการณ์พบว่าหลายๆครั้ง ที่เข้าไปทำการตรวจสอบหลายๆโครงการฯมักจะไม่ได้ต่อบายพาสให้นะครับ จะด้วยลืมหรือไม่ลืมก็แล้วแต่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้ามองข้ามก็อาจทำให้เราหงุดหงิดได้ภายหลังนะครับ

รู้แผนผังการติดตั้งการเดินท่อของปั๊มน้ำไปแล้ว ตอนต่อไปเอาไว้ผมจะมาว่าในเรื่องการติดตั้งวาล์วให้ฟังกันน่ะครับ สำคัญพอๆกับปั๊มไม่หย่อนไปกว่ากันเท่าไหร่เลยครับ

สายดินช่วยป้องกันฟ้าผ่า…จริงหรอ

ฟ้าผ่าถ้าถามถึงสายดินหลายๆ คนคงจะบอกพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่าเอาไว้สำหรับป้องกันไฟดูด (และอีกหลายคนคงบอกว่า…มันคืออะไรหรอ)…ถูกต้องครับ หน้าที่หลักของสายดินก็คือป้องกันไฟที่รั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้ามาดูดตัวเรา กล่าวง่ายๆ คือ เป็นเส้นทางกระแสไฟฟ้ารั่วให้ผ่านลงดินแทนที่จะไหลผ่านเข้าสู่ตัวเรา แต่ทราบไหมครับว่าอีกนัยนึงสามารถป้องกันฟ้าผ่าได้ด้วยนะครับ

ตามมาตรฐานของการไฟฟ้าฯ ปัจจุบันเขาบังคับให้ต้องต่อสายนิวทรัลผ่านสายดิน หรือที่ภาษาช่างเขาเรียกกันว่าต่อนิวทรัลผ่านกราวนด์ ก่อนที่สายนิวทรัลจะออกจากบ้านสู่ภายนอก ซึ่งการต่อแบบนี้ทำให้เวลาเกิดฟ้าผ่าแล้วบังเอิญมาผ่าลงสายไฟ แล้วเกิดแรงดันสูงมากๆ ตีกลับเข้ามาในบ้าน ถ้าเราต่อสายนิวทรัลผ่านบาร์กราวนด์ก่อนแล้วไซร้ อย่างน้อยแรงดันเหล่านั้นก็วิ่งลงสายดินไปก่อน ก่อนจะผ่านเบรคเกอร์เข้ามาทำความเสียหายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งอย่างน้อยก็ลดหนักให้เป็นเบาได้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องต่อสายเมนภายในตู้เมนให้ถูกนะครับ โดยจะต้องเอาสายเมนนิวตรอลเข้าบาร์กรานด์ก่อนที่ต่อเข้ากับเมนเบรกเกอร์ครับ

โอ้แม่เจ้า..ส้วมแตก เกิดมาเพิ่งเคยเจอ

e0b8aae0b989e0b8a7e0b8a1ถ้าตั้งแต่เกิดมาคุณไม่ยังเคยเจอกับมัน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่คุณจะได้เจอครับ ส้วมทั่วไปจะมีรูไว้ให้ยึดน๊อตซ้ายและขวาครับ แต่เนื่องด้วยประการใดไม่ทราบได้…ช่างคงจะหมดงบพอดีหรือของคงจะขาดตลาดช่วงนั้นพอดี ช่างก็เลยพาลไม่ยึดน๊อตให้กับโถส้วมไปเสียฉิบ แล้วก็เลยได้แต่ยาแนวไว้รอบๆ ฐานสุขภัณฑ์ วันดีคืนร้าย ปูนยาแนวลดตอก็เลยผุดออกมา ว่าโถส้วมมันคลอนได้ นั่งไม่สะดวกโยธินเฉกเช่นวันวานเอาเสียแล้วล่ะครับ พร้อมกับส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์เล็ดลอดออกมาตามรอบฐานองค์พระ โชยไปทั่วห้องน้ำ เรื่องส้วมแตกมันก็เป็นฉะนี้เองแลครับ…รู้ทันผู้รับเหมาไว้ไม่ทุกข์ทีหลังครับ

อันนี้ไม่ตรวจสอบไม่ยากครับ แค่โยกโถส้วมด้วยมือก็รู้แล้วครับว่าช่างเขายึดหรือไม่ได้ยึดน๊อตให้เรา แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า เราๆ จะรู้กันไหมครับว่าตอนไปตรวจรับบ้านเราต้องลองเทสโยกมันด้วยครับ!!!

ขั้นตอนการซื้อบ้านที่ควรรู้

ขั้นตอนซื้อบ้าน 

         หลายวันก่อนได้รับโทรศัพท์จากลูกค้าท่านนึงที่ต้องการนัดเพื่อเข้าไปตรวจบ้าน หลังจากคุยสอบถามกันได้สักพักมีสิ่งนึงที่ผมไม่สบายใจเลยอยากจะมาเล่าให้ฟังกันในเรื่องขั้นตอนการซื้อบ้านที่ควรทราบนะครับ

 

          เรื่องของเรื่องคือลูกค้าท่านนี้ได้จองบ้านกับโครงการๆ นึงไว้ พอทางแบงค์แจ้งทางโครงการว่าลูกค้าท่านนี้ผ่านการอนุมัตแล้ว เซลของโครงการก็แจ้งลูกค้าถึงวันนัดหมายการโอนบ้านไว้เรียบร้อย และบอกทางลูกค้าท่านนี้อีกว่าหลังจากโอนแล้วจะมอบกุญแจบ้านและให้ตรวจความเรียบร้อย และจะแก้ไขให้ภายใน 15 วัน เมื่อผมได้ฟังแล้วก็ไม่สบายใจว่าลูกค้าท่านนี้จะได้รับการดูแลจากทางโครงการเรื่องการแก้ไขจุดบกพร่อง “หลังการโอน” ให้เรียบร้อยได้จริงตามที่โครงการได้บอก “ก่อนโอน” หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบพฤติกรรมของโครงการส่วนใหญ่คือ จะดูแลลูกค้าเป็นอย่างดีเมื่อลูกค้ายังไม่ได้โอน แต่หากโอนแล้วนั้นส่วนใหญ่หน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ลองคิดง่ายๆ นะครับพอเราโอนแล้วเรานัดโครงการเข้ามาแก้ไข ลองคิดดูว่าโครงการจะลำดับความสำคัญของเราไว้ตรงไหน แน่นอนครับเค้าต้องสนใจคนที่ยังไม่ได้โอนมากกว่า อันนี้ผมไม่ได้ดิสเครดิตโครงการนะครับพูดกันตามจริง โครงการที่รับผิดชอบก็มีแต่เราจะต้องมาลองเสี่ยงดูก่อนหรือ เพราะเราก็ไม่ได้ทราบมาก่อนว่าโครงการไหนดูแลแค่ไหน ก็จริงที่โครงการชื่อดังบริการย่อมดีกว่าแต่ขนาดโครงการชื่อเดียวกันแต่คนละทำเลการบริการก็ไม่เหมือนกันนะครับ อันนี้จากที่ผมได้คุยกับลูกค้าหลายๆ คนมา

 

          งั้นวันนี้ผมจะมาบอกถึงขั้นตอนในการซื้อบ้านจนกระทั่งโอนบ้านพอให้ทราบกันคร่าวๆ นะครับ

 

          หลังจากเราได้เลือกบ้านที่ต้องการจากราคา ทำเล บริษัทผู้รับสร้างบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการจองซื้อ ซึ่งค่าจองก็หลากหลายกันไปในแต่ละโครงการ เดี๋ยวนี้เห็นมีโปรโมชั่นจองเพียง 999 ของคอนโดชื่อดังโครงการหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อดีของผู้ซื้อคือหากไม่พอใจอยากจะเปลี่ยนใจภายหลังหรือกู้ไม่ผ่านเงินจองตัวนี้ที่ต้องเสียไปก็เป็นเงินจำนวนที่พอจะรับได้ แต่หากบางโครงการเงินจองมาก นอกจากนี้ยังต้องมีเงินค่าทำสัญญาอีกหลายหมื่น อันนี้หากเราไม่พอใจและคิดจะเปลี่ยนใจภายหลังนี่ต้องคิดหนักเพราะเค้าไม่คืนเงินจำนวนนี้ให้นะครับ (จะมีบางโครงการที่คืนเงินให้หากกู้ไม่ผ่าน) อ่อ เรื่องเงินทำสัญญาโครงการส่วนใหญ่จะนัดทำสัญญาหลังจากจองประมาณ 7 วันครับ

 

          หลังจากการจองแล้วขั้นตอนต่อมาคือยื่นกู้ เตรียมหลักฐานเอกสารให้เรียบร้อยยื่นกู้ไปเลยครับหลายๆ แบงค์ (รายละเอียดส่วนนี้ไว้วันหลังผมจะมาเล่าให้ฟัง) ในระหว่างที่ยื่นกู้นั้นทางโครงการจะนัดหมายเพื่อให้เราไปตรวจสอบความเรียบร้อยของบ้าน ซึ่งระยะเวลาในการตรวจสอบเรื่องกู้ของแบงค์กับการตรวจสอบความเรียบร้อยและการแก้ไขจุดบกพร่องจะพอดีๆ กัน หรือถ้าจุดที่ต้องแก้ไขมีเยอะแก้ไขให้ไม่ทันในการนัดโอนครั้งแรก เราสามารถแจ้งทางแบงค์ได้ครับ หลังจากวันที่แบงค์อนุมัติแล้วเรายังมีเวลาเหลืออีกประมาณ 60 วันระยะเวลาในการอนุมัติกู้ถึงจะหมดลง หากมากกว่านี้ต้องทำเรื่องยื่นกู้ใหม่ เรื่องระยะเวลาอาจแตกต่างกันในแต่ละแบงค์นะครับลองเช็คดูด้วย ส่วนเรื่องการแก้ไขส่วนใหญ่จะไม่นานครับเพราะทางโครงการต้องรีบทำให้เราอยู่แล้วเนื่องจากเค้าก็ยังต้องการให้โอน ซึ่งฝ่ายช่างมักจะโดนทางเซลบีบอยู่แล้วครับ แต่งานแก้ไขไปแล้วนั้นเราต้องตรวจสอบให้ดีว่าโครงการแก้ไขให้เราให้หมดทุกจุดหรือเปล่าด้วยนะครับอย่าลืมเป็นอันขาด

 

          ข้อสำคัญ “อย่าโอนหากบ้านยังไม่เรียบร้อย” คำสัญญาปากเปล่านั้นใช้ไม่ได้เมื่อเราโอนไปแล้วนะครับ เพราะเมื่อบ้านไม่เรียบร้อยเราจะตามตัวคนพูดมารับผิดชอบไม่ได้เลย หรือในกรณีที่ที่เราต้องการโอนก่อนเนื่องด้วยปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรนะครับจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง

 

          ลองนึกภาพง่ายๆ นะครับ หลังจากที่เราย้ายของเข้าไปแล้วป้ญหาต่างๆ ย่อมมีตามมา เมื่อเราต้องไปทำงานไม่มีใครอยู่บ้าน ต้องลางานมานั่งเฝ้าช่างแก้งาน กลัวของหาย ไหนบ้านจะเลอะอีก สารพัดปัญหาครับ

 

          คุยมาซะยาวก็พอจะเข้าใจกันแล้วนะครับว่าขั้นตอนการซื้อบ้านจนกระทั่งโอนมีอะไรบ้าง ทีนี้ถ้าเราเจอใครๆ บอกให้เรารีบโอนก็ช่างใจดีๆ แล้วกันนะครับ ส่วนลูกค้าท่านนั้นเมื่อได้ทราบเรื่องจากทางผมเรียบร้อยแล้วจึงได้โทรไปเลื่อนนัดธนาคารและนัดตรวจบ้านกับเซล เซลรับปากเป็นอย่างดีว่าตรวจได้เลย ลูกค้าผมได้ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเตรียมน้ำเตรียมไฟให้ตรวจด้วยนะ ทางเซลก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ พอถึงวันจริงที่นัดตรวจ บ้านที่อยู่ในซอยเดียวกันฝั่งตรงข้ามกำลังสร้างกันอยู่เลย โครงการมาบอกว่านัดตรวจได้ยังไง QC ยังไม่ได้ตรวจเลย น้ำ-ไฟ ก็ไม่มีให้ บ้านอยู่ในสภาพฝุ่นทั้งหลัง สรุปว่าเลยตรวจไม่ได้ สอบถามไปทางเซล เซลก็ทำหน้ามึนไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ถือว่ากรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างแล้วกันนะครับ

เรื่องเล่าตรวจคอนโด ตอนที่1

พื้นห้อง+พื้นระเบียง

          สวัสดีครับผมมิสเตอร์เช็คนะครับ ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เราได้มาเจอกัน หลังจากที่ผมคันไม้คันมืออยากจะเขียนมานานแล้วแต่ไม่มีเวลาเขียนสักที จนได้ฤกษ์งามยามดีขออนุมัตจากเจ้านายขอผมเขียนเรื่องเล่าจากการที่ได้ไปตรวจบ้านและคอนโดมาหลายต่อหลายที่ด้วยกัน งั้นครั้งนี้ผมขอเล่าประสบการณ์จากการที่ได้ไปตรวจคอนโดก่อนแล้วกันนะครับ

 

          เรื่องแรกที่ผมอยากจะบอกให้คุณๆ ได้ทราบครั้งนี้ขอเป็นเรื่องทั่วๆ ไปที่เจ้าของคอนโดมือใหม่มักจะลืมนึกถึงเวลาเข้าไปตรวจสอบคอนโดก่อนดีกว่านะครับ

 

          คุณๆ เคยรู้ไม๊ครับว่าระดับของระเบียงด้านนอกกับภายในห้องต้องมีความต่างกัน โดยระเบียงด้านนอกต้องต่ำกว่าภายในห้องเพราะอะไรน่ะหรือครับ ลองคิดดูสิครับว่าถ้าฝนตกน้ำจากฟ้าตกลงมาที่ระเบียงของเรา ถ้าหากฝนตกหนักน้ำจากระเบียงไหลลงท่อระบายน้ำภายนอกไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้น อ่ะ ถูกต้องแล้วครับ น้ำก็ไหลเข้าห้องน่ะสิครับ ดังนั้นหากคุณๆ จะเลือกซื้อคอนโดก็อย่าลืมมองจุดนี้ด้วย สำคัญนะครับ เมื่อพูดถึงระดับที่ต่างกันแล้วสิ่งที่ใกล้เคียงกันและสำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือระดับของห้องน้ำและภายในห้องครับ เหมือนกันเลยครับกับระดับของระเบียง วิธีคิดคล้ายกันครับ

 

          สิ่งต่อไปที่จะกล่าวถึงก็คือประตูห้องน้ำครับ คุณๆ ทราบกันไม๊ครับว่าสันประตูเนี่ยช่างส่วนใหญ่เค้าชอบลักไก่ไม่ยอมทาสีให้เรา อยากรู้ใช่ไม๊ครับ งั้นลองเดินไปจับสันประตูด้านบนหรือด้านล่างดูสิครับ จับแล้วพอจะทราบเลยแหละครับว่าช่างไม่ได้ทาสีมาให้ หรือไม่ก็ลองเอากระจกส่องดูก็ได้ครับชัดๆ กันไปเลย อย่างประตูในห้องนอนหรือประตูเข้าห้องเนี่ยบางครั้งถ้าช่างลืมก็พอจะหยวนได้นะครับ แต่ที่ซีเรียสก็คือภายในห้องน้ำนี่แหละครับ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งสะสมความชื้นอย่างดีทีเดียว แล้วลองคิดดูนะครับว่าความชื้นกับไม้ซื่อๆ (เว้าอีสานซะงั้น) คือไม้ที่ไม่ได้ทาอะไรเลย มันจะเหลือไม๊ล่ะครับ แน่นอนครับอีกหน่อยก็จะเป็นเชื้อรา พอง และก็พาลให้ประตูบวมและปิดไม่ได้ในที่สุด

 

          วันนี้เรื่องเล่าตรวจคอนโดในตอนแรกเอาพอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้วันหลังมีเวลาว่างจะมาเขียนให้อ่านเป็นความรู้กันอีกนะครับ อ่อพอดีพี่เซลกระซิบมาว่า หากใครมีเพื่อนที่เพิ่งซื้อคอนโดก็อย่าลืมแนะนำสแควร์วาให้ไปตรวจให้นะครับ

การตรวจรับคอนโดในงานสถาปัตยกรรมเบื้องต้น

การตรวจสอบคอนโดก่อนอื่นเราควรทำความเข้าใจธรรมชาติของงานก่อสร้างโดยทั่วไปกันก่อนนะครับ ในการตรวจงานสถาปัตยกรรมนั้น มี 2 สิ่งที่แตกต่างกัน คือ

1.การตรวจสอบเพื่อการใช้งาน

2.การตรวจสอบเพื่อความสวยงาม

ยกตัวอย่างเช่น เราพบว่ากระเบื้องปูพื้นช่างได้วางลายกระเบื้องผิดไปแต่กระเบื้องแผ่นนั้นอยู่มุมห้อง เราต้องช่างใจว่าจะให้ทางโครงการซ่อมดีหรือไม่ ซึ่งความเป็นจริงแล้วในการแก้ไขนั้นอาจทำให้กระเบื้องแผ่นถัดไปเสียหายไปด้วยและเมื่อใช้กระเบื้องต่างล็อตกันอาจทำให้สีเพี้ยนไปได้อีก และในการใช้งานจริงแล้วมุมห้องมักจะมีเฟอร์นิเจอร์วางทับและไม่ใช่จุดที่จะสังเกตเห็นได้ง่าย แต่หาก…เป็นกระเบื้องแผ่นมุมเป็นโพรงเนื่องจากช่างใช้ปูนไม่เต็มแผ่นทำให้ใต้กระเบื้องบางส่วนไม่มีเนื้อปูนรองรับ และยิ่งเป็นแผ่นมุมที่มักจะมีเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักมาวางแล้วอาจจะทำให้กระเบื้องแตกหรือร้าวได้

 

จากตัวอย่างข้างบนจะเห็นความแตกต่างของการตรวจสอบงานสถาปัตยกรรมเพื่อการใช้งานและการตรวจสอบงานสถาปัตยกรรมเพื่อความสวยงาม ดังนั้นเมื่อเราได้ตรวจสอบพบความบกพร่องดังกล่าว เราควรใช้วิจารณญาณในการตรวจด้วยว่าสิ่งใดควรซ่อมสิ่งใดไม่ควรซ่อม เพราะหากเราทู่ซี้ที่จะซ่อมทุกจุดที่บกพร่องแล้วผลงานที่ออกมาอาจจะไม่ได้ดังใจเราและบางทีอาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้

 

เมื่อท่านเข้าใจการตรวจสอบงานสถาปัตยกรรมเบื้องต้นแล้ว ต่อไปจะกล่าวถึงการตรวจสอบงานสถาปัตยกรรมกันว่ามีอะไรที่ต้องตรวจสอบบ้าง

  • งานพื้น โดยทั่วไปจะตรวจสอบระดับของการต่อชนว่าเสมอหรือเป็นแอ่งหรือไม่ รายละเอียดอื่นๆ แบ่งตามวัสดุได้ดังนี้

             -พื้นปูกระเบื้อง แกรนิต หรือวัสดุที่ต้องใช้ปูนในการติดตั้ง ควรเคาะดูทุกจุดว่ากระเบื้องโพรงหรือไม่ เพราะหากมีการรับน้ำหนักของเฟอร์นิเจอร์และการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์แล้ว กระเบื้องอาจแตกหรือร้าวได้ สังเกตยาแนวหากพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิคว่ายาแนวไว้ตลอดแนวหรือไม่

             -พื้นลามิเนต สังเกตลายพื้นและการเคลื่อนไหวของพื้นว่าติดแนบสนิทดีหรือไม่

             -พื้นไม้ปาร์เก้ สังเกตสี ลาย และการปูว่าเป็นคลื่นลอนหรือไม่

  • งานผนัง โดยทั่วไปจะตรวจสอบระดับของการต่อชนว่าเสมอและได้ระดับหรือไม่ รอยร้าว แนวดิ่งฉากของผนัง รายละเอียดอื่นๆ แบ่งตามวัสดุได้ดังนี้            

             -ผนังฉาบเรียบทาสี เคาะดูว่าผนังเป็นโพรงหรือไม่ ความสม่ำเสมอและความเรียบเนียนของสี

             -ผนังบุ wallpaper เคาะดูว่าผนังเป็นโพรงหรือไม่ สังเกตรอยต่อว่ากาวติดแนบสนิทดีมีรอยย่นหรือไม่

             -ผนังบุกระเบื้อง ตรวจสอบเช่นเดียวกับพื้น และสังเกตขอบมุมกระเบื้องว่าปูไว้สนิทดีหรือไม่ ห้องตัวอย่างใช้ต่อชนธรรมดา ต่อชน 45 องศา หรือใช้จมูกpvc  สังเกตการต่อชนของวัสดุ

  • บัวเชิงผนังและเพดาน โดยทั่วไปจะตรวจสอบความเรียบร้อยของการต่อชน การเก็บรอยตะปู การต่อชนตามเหลี่ยมผนัง ความสม่ำเสมอของสีและวัสดุ
  • ฝ้าเพดาน โดยทั่วไปจะตรวจสอบความสม่ำเสมอของสี วัสดุทำฝ้าเพดานแบ่งเป็น

             -ฉาบเรียบ ตรวจสอบงานฉาบแต่งรอยต่อและสังเกตว่ามีรอยร้าวของรอยต่อหรือไม่

             -ฝ้าทีบาร์ ตรวจสอบระดับของทีบาร์ว่าได้ระดับเท่ากันไม่ตกท้องช้าง สังเกตความเรียบร้อยของการวางแผ่นทีบาร์

  • งานประตู-หน้าต่าง แบ่งตรวจสอบดังนี้

             -อุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง ตรวจสอบความเรียบร้อยในอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับประตู-หน้าต่าง เช่น ลูกบิด บานพับ มือจับ กลอน รางเลื่อน โดยตรวจสอบสภาพโดยทั่วไปลองทดสอบใช้งานหลายๆ ครั้ง ตรวจดูยี่ห้อว่าตรงตามห้องตัวอย่างหรือไม่

             -บานประตู-หน้าต่าง ดูความเรียบร้อยของสภาพบาน เอียงบีดเบี้ยวหรือไม่ ความสม่ำเสมอของสี หรือหากมีกระจกตรวจสอบว่ามีรอยร้าว รอยบิ่นหรือไม่ ทดลองเปิดปิดหลายๆ ครั้ง

             -วงกบ ตรวจสอบขนาด ความเรียบร้อยของสีและการติดตั้ง

ข้างต้นเป็นการตรวจสอบคอนโดมิเนียมหรือบ้านพักอาศัยในงานสถาปัตยกรรมเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยมีมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวอาทิเช่น งานไฟฟ้า งานประปา งานสุขาภิบาล งานใต้หลังคา หรืองานเหนือฝ้า ในการตรวจสอบนั้นผู้ตรวจสอบควรมีความรู้และประสบการณ์ในงานก่อสร้างจึงสามารถตรวจสอบได้อย่างครบถ้วน เพราะที่อยู่อาศัยแต่ละหลังนั้นไม่ใช่ถูกๆ เลย การจะเสียเงินเล็กน้อยไม่ถึง 1% ของราคาที่พักอาศํยนั้น ถือว่าคุ้มค่ากับการเสียไปเป็นอย่างยิ่ง

สุดท้ายนี้สแควร์วาขอเสนอตัวตรวจสอบบ้านของท่าน เพื่อให้บ้านของท่านสมบูรณ์ที่สุดก่อนจะเป็นของท่านอย่างแท้จริง 

การติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดินและขั้นตอนที่ขาดไม่ได้

ถังเก็บน้ำใต้ดินหากผู้อ่านได้เข้าไปดูบ้านโครงการขณะนี้ส่วนใหญ่แทบทุกโครงการจะมีการติดตั้งปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ และถังบำบัดน้ำเสีย  แล้วท่านทราบหรือไม่ว่าการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ติดตั้งอย่างไรจึงถูกต้อง เพราะถ้าหากท่านเข้าไปดูบ้านที่สร้างเสร็จแล้วสิ่งที่ท่านได้เห็นก็แค่ฝาบ่อหรืออย่างเลวร้ายที่สุดคือไม่มีแม้กระทั่งฝาบ่อให้ท่านเห็น ส่วนปั๊มน้ำนั้นสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ ขนาดของปั๊มซึ่งส่วนใหญ่ทางโครงการจะคำนวณไว้แล้วว่าบ้านขนาดนี้จะใช้น้ำปริมาณเท่าไหร่ และจะต้องใช้ปั๊มขนาดเท่าไหร่ ส่วนวาล์วต่างๆ ก็ต้องตรวจสอบดูว่ามีครบหรือไม่ เรื่องการเดินท่อเข้าปั๊มน้ำผู้เขียนขอติดไว้ก่อนนะครับ เพราะวันนี้เราจะมาพูดถึงการติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดินกัน

ก่อนอื่นเราต้องขนาดของถังเก็บน้ำก่อนว่าจะใช้ขนาดเท่าใด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่อาศัยในบ้านปกติแล้วความต้องการการใช้น้ำจะอยู่ที่ 200 ลิตรต่อคนต่อวัน ดังนั้นสูตรในการคำนวณขนาดของถังเก็บน้ำคือ 

                                        ขนาดของถังเก็บน้ำ = 200 x จำนวนคน x จำนวนวันที่จะสำรองน้ำ

เช่น มีคนอาศัยในบ้าน 4 คน ต้องการสำรองน้ำไว้ใช้ 2 วัน ดังนั้นขนาดถังเก็บน้ำที่เราต้องการคือ 200 x 4 x2 = 1600 ลิตร

ส่วนจำนวนวันที่จะใช้สำรองน้ำนั้นขึ้นอยู่กับว่าบริเวณนั้นมีน้ำพอเพียงต่อความต้องการหรือไม่ หรือว่ามีการน้ำหยุดจ่ายน้ำบ่อยหรือไม่ และเมื่อหยุดจ่ายน้ำในแต่ละครั้งนั้นกินเวลานานเท่าไหร่ จากนั้นจึงกลับไปคำนวณตามสูตรดูใหม่ตามความเหมาะสม แต่หากว่าขนาดของถังเก็บน้ำที่คำนวณได้ไม่มีผลิตแล้วล่ะก็ควรเพิ่มขนาดของถังขึ้นให้เข้ากับขนาดของถังที่ผู้ผลิตจะดีกว่า แต่ถ้าหากบริเวณที่จะติดตั้งมีพื้นที่จำกัดควรปรึกษาร้านที่จำหน่ายถังเก็บน้ำได้ครับ

 

เมื่อได้ขนาดของถังเก็บน้ำเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เรามาดูวิธีการติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดินกันครับ

 

ผู้เขียนขออธิบายด้วยรูปแล้วกันนะครับเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

 

1-1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนแรกต้องตอกเสาเข็ม ทำไมจึงต้องตอกเข็ม? เพราะถังเก็บน้ำมีน้ำหนักมากหากไม่ตอกเข็มจะทำให้ถังเก็บน้ำทรุดตัวและจะดึงระบบท่อส่งน้ำไปด้วย ทำให้ท่อแตกหรือรั่วได้ครับ และยากต่อการหารอยรั่วและการซ่อมแซมด้วย ซึ่งขนาดและความลึกของเสาเข็มก็ขึ้นอยู่กับการคำนวณของวิศวกรครับ

 

จากนั้นจึงวางเหล็กเพื่อทำฐานรับถังเก็บน้ำดังรูปด้านบน

 

 

การเทคอนกรีตฐานรองรับถังเก็บน้ำใต้ดิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นจึงเทคอนกรีตความหนาตามวิศวกรคำนวณ

!!!  อย่าลืมยื่นเหล็กขึ้นมาทั้ง 4 มุมเผื่อไว้ผูกยึดกับปากถังเก็บน้ำ ทั้งนี้เพราะใต้ดินอาจมีน้ำใต้ดินเข้ามาท่วมโดยรอบของถังเก็บน้ำ ถ้าหากขณะนั้นถังเก็บน้ำของเราน้ำน้อยหรือน้ำแห้งจะทำให้น้ำใต้ดินดันถังให้ถังลอยขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีเหล็กขึ้นมารัดตัวถังเก็บน้ำเอาไว้

 

 

3-3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อบ่มคอนกรีตรองรับถังเพื่อให้คอนกรีตสามารถรับแรงได้ตามที่วิศวกรออกแบบแล้วอย่างน้อย 7 วัน จึงนำถังเก็บน้ำวางบนแท่นรองรับดังกล่าว

!!!  อย่าลืมวางถังเก็บน้ำให้ได้ระดับไม่ให้ถังเก็บน้ำเอียง ซึ่งหากถังเก็บน้ำไม่ได้ดิ่งแล้วน้ำในถังเก็บน้ำอาจทำให้ตัวถังเก็บน้ำเอียงมากขึ้นและตัวถังที่เอียงจะดึงรั้งระบบท่อส่งน้ำให้เกิดรอยรั่วได้

 

 

การกลบถังเก็บน้ำใต้ดิน

 ขั้นตอนต่อไปคือการฝังกลบถังเก็บน้ำโดยใช้ทรายขี้เป็ดฝังกลบ

!!!  อย่าลืม สิ่งที่ช่างมักจะละเลยคือ”วัสดุกลบ” ไม่ควรใช้ดินในการกลบฝังถังเก็บน้ำเนื่องจากดินอาจมีเศษวัสดุปะปนหรือแม้กระทั่งความแข็งของตัวดินเองเมื่อบดอัดส่วนเหลี่ยมคมอาจทำให้ถังเกิดรอยร้าวและทำให้ถังรั่วซึมได้ ซึ่งยากต่อการซ่อมแซม สิ่งที่ควรใช้กลบฝังถังเก็บน้ำคือ “ทรายขี้เป็ด”

 

  

ดาดปูนกลบปากถังเก็บน้ำใต้ดิน

หลังจากกลบทรายจนเกือบถึงปากถังเก็บน้ำแล้ว ควรดาดด้วยปูนทรายเพื่อล็อคให้ถังเก็บน้ำไม่เอียงไปมาก่อนเทคอนกรีตล็อครอบคอถังเก็บน้ำ

!!!  อย่าลืมนำเหล็กทั้ง 4 มุมที่ยื่นไว้รัดปากถังเก็บน้ำเพื่อยึดไม่ให้ถังเก็บน้ำลอยเมื่อมีน้ำใต้ดินไหลเข้ามาโดยรอบบริเวณถังเก็บน้ำ

 

 

กลบทรายถังเก็บน้ำใต้ดิน

กลบทรายทับจนได้ระดับ

 

 

ฝาบ่อถังเก็บน้ำใต้ดิน

ตีแบบวางเหล็กเพื่อเทคอนกรีตล็อคถังเก็บน้ำ

 

  

ทำฝาถังเก็บน้ำใต้ดิน

ติดตั้งฝาบ่อสำเร็จรูป

 

 

การติดตั้งถังเก็บน้ำแล้วเสร็จ

ก่ออิฐรองรับฝาบ่อให้เรียบร้อย

 

จะเห็นว่าการติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดินดูเหมือนมีขั้นตอนไม่ยากแต่หากละเลยขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไปแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายให้กับระบบน้ำดีต่อไปในภายภาคหน้าได้ และเนื่องจากเป็นงานใต้ดินการซ่อมแซมก็จะยุ่งยากมากขึ้น

 

ขอขอบคุณ บ. ล้อหมุน จก. เอื้อเฟื้อรูปถ่ายประกอบเรื่อง

ลวดกรงไก่ สิ่งสำคัญที่ผู้รับเหมาชอบละเลย

ลวดกรงไก่ในงานก่อสร้างหลายๆ ท่านคงงงๆ ว่ามันเกี่ยวกันได้อย่างไร

ถึงแม้การใช้ลวดกรงไก่ในงานก่อสร้างจะไม่ได้มีส่วนสำคัญในงานโครงสร้างหลักแต่ก็สำคัญในแง่การใช้งาน ประโยชน์สำคัญของลวดกรงไก่คือ กันร้าวนั่นเอง วันนี้ “สแควร์วา” จะนำเสนอวิธีการติดตั้งลวดกรงไก่ตามจุดต่างในงานก่อสร้างโดยแสดงให้เห็นในรูปต่างๆ ดังนี้นะครับ

 

pic_0068-1ติดลวดกรงไก่หลังจากเดินท่อร้อยสายไฟแล้ว เพื่อไม่ให้ปูนที่ฉาบร่อน

 

 

 

 

 

 

 

pic_0053-1

ใช้ปิดรอบวงกบทับเสาเอ็นและทับหลัง อย่าลืมปิด 45 องศาที่มุมวงกบด้วย

 

 

 

 

 

 

 

pic_0050-1

ใช้ลวดกรงไก่ปิดรอยต่อระหว่างคานและผนังเพื่อกันรอยร้าวระหว่างรอยต่อคานกับผนัง

สังเกตการก่อผนังช่วงรอยต่อคานและผนังช่างจะใช้อิฐก่อเฉียงเพื่อให้เกิดรอยแยกของอิฐกับคานน้อยลง เพราะเมื่อก่อเสร็จใหม่ๆ ผนังอาจมีการยุบตัวเล็กน้อยเนื่องจากน้ำหนักของตัวอิฐกับปูนก่อขณะที่ปูนก่อยังไม่แข็งตัว

 

 

 

 

 

pic_0020-1

ใช้ปิดรอยต่อระหว่างเสากับผนัง

 

 

 

 

 

 

 

ป้องกันรอยร้าวระหว่างคานกับผนัง

ใช้ปิดรอยต่อของคานกับผนังทั้งบนและล่าง

สังเกตการก่อชนของอิฐตรงมุมผนังจะก่อสับหว่างกันดังรูปนะครับ ทั้งนี้เพื่อกันรอยแยกของผนังทั้งสองแผงกรณีที่ไม่มีเสาเอ็น

 

 

 

 

 

 

ลวดกรงไก่ปิดผนัง เสา ทับหลัง

ใช้ปิดระหว่างผนัง เสา และทับหลัง(ในรูปทับหลังวิ่งมาจากเหนือหน้าต่างมาชนกับเสา)

 

 

 

 

 

 

 

ลวดกรงไก่ปิดระหว่างผนังและคานคอดิน

ใช้ปิดรอยต่อระหว่างผนังกับคานคอดิน

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าผู้อ่านได้สังเกตบ้านหลายๆ หลังแล้วเจอรอยร้าวรอยเล็กๆ บริเวณดังกล่าวแล้วล่ะก็ตั้งข้อสงสัยไว้อย่างแรกเลยนะครับว่าช่างไม่ได้ติดลวดกรงไก่ตามจุดเหล่านั้นหรือเปล่า เพราะรอยร้าวเกิดได้หลายสาเหตุและสาเหตุต้นๆ ของรอยร้าวก็มาจากการละเลยรายละเอียดที่ดูเหมือนเล็กๆ น้อยๆ ของช่างผู้รับเหมานี่แหละครับ

การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

ร้อน                เดือนเมษายนเข้าหน้าร้อนเต็มตัวแล้วนะครับ อากาศร้อนอบอ้าวพอตัวเลยทีเดียว อากาศแบบนี้ทำให้หลายคนต้องหนีร้อนไปเพิ่งเย็นในห้างกัน หรือถ้ามีทุนทรัพย์หน่อยต้องคิดถึงการติดเครื่องปรับอากาศในบ้านแน่นอน

                วันนี้เราจะมาพูดถึงการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศกันดีไม๊ครับ

 

การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศมีหลักการซื้ออยู่ไม่กี่อย่างนะครับ แต่ว่าค่อนข้างปวดหัวทีเดียว เรามาดูกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง

 

1.ขนาดของเครื่องปรับอากาศ

ขนาดของเครื่องปรับอากาศนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ขนาดห้อง จำนวนคนที่อยู่ในห้อง ความพลุกพล่านของคนที่เข้า-ออก  ตำแหน่งที่ตั้งของห้อง(ทิศทางที่โดนแดด)  แต่ถ้าเป็นบ้านพักอาศัยโดยปกติแล้วจะมีสูตรการคำนวณเครื่องปรับอากาศคร่าวๆ ดังนี้ครับ

 

                ขนาดเครื่องปรับอากาศ (BTU) = ขนาดของห้อง (ตร.ม.) x 800 (BTU/ตร.ม.)      คิดที่ความสูงของห้อง 2.5 เมตร

 

ตัวอย่างเช่น ห้องขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร จะต้องเครื่องปรับอากาศขนาด = 3×5x800 = 12000 BTU

ถ้ามีเศษก็ปัดขึ้นหรือปัดลงตามความเหมาะสม หรือปัจจัยอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น

 

ขนาดของเครื่องปรับอากาศก็มีตั้งแต่ 9,000 BTU 12,000 BTU 18,000 BTU 21,000 BTU 24,000 BTU

 

2.ยี่ห้อเครื่องปรับอากาศ

ตามท้องตลาดมีเครื่องปรับอากาศอยู่หลายยี่ห้อด้วยกัน ทั้ง Mitsubishi, Daikin, LG, Train, Saijo Denki, Panasonic, Central Air, Toshiba, York และอื่นๆ อีกหลายยี้ห้อ  ทั้งนี้การเลือกยี่ห้อเครื่องปรับอากาศนั้นควรดูที่ความทนทาน การประหยัดไฟ ราคา และระบบของเครื่องปรับอากาศซึ่งขณะนี้ก็มีหลายระบบด้วยกัน เช่น Inverter ที่ประหยัดไฟ ระบบ Hybrid หรือจะเป็นแบบที่มีระบบกรองอากาศ และระบบอื่นๆ ซึ่งควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อเพราะระบบที่ต่างกันราคาก็จะต่างกันตามไปด้วยเช่นกัน ผู้เขียนแนะนำง่ายๆ คือลองโทรสอบถามกับร้านที่ติดตั้งและหาข้อมูลตามเว็บบอร์ดเพิ่มเติม

 

3.ร้านติดตั้งเครื่องปรับอากาศ

ร้านติดตั้งเครื่องปรับอากาศมีให้เลือกมากมายแต่ในการเลือกร้านติดตั้งนั้น ผู้เขียนแนะนำร้านที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศโดยตรง เพราะจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนแล้วร้านที่ติดตั้งโดยตรงจะมีประสบการณ์ ความชำนาญ และอุปกรณ์ในการติดตั้งที่เพียบพร้อมกว่าร้านที่ขายหลายอย่าง และสิ่งที่ควรถามก่อนการตัดสินใจติดตั้งจากร้านเหล่านี้คือ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งบางร้านจะรวมไปกับราคาเครื่องปรับอากาศแล้วบางร้านจะคิดราคาค่าติดตั้งต่างหาก,  อุปกรณ์ในการติดตั้งว่าทางร้านจะให้อุปกรณ์อะไรกับเราบ้าง ซึ่งอุปกรณ์ที่ช่างมักคิดเพิ่มอาทิเช่น ขาแขวน Compressor กรณีติดตั้งแขวนกับผนัง, รางครอบท่อ, SQUARE D, Breaker ฯลฯ  เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ร้านที่ติดตั้งจะคิดเพิ่มเติมเมื่อติดตั้ง และเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นส่วนสำคัญในการเปรียบเทียบราคา  ผู้เขียนขอตั้งข้อสังเกตุในการเลือกร้านที่จะติดตั้งนิดนึงตรงที่ร้านที่ราคาถูกกว่าที่อื่นเยอะยิ่งควรถามให้ละเอียดยิ่งขึ้นเพราะส่วนต่างของราคาจะอยู่ที่ค่าอุปกรณ์เพิ่มเติมเมื่อติดตั้งนี่แหละ ซึ่งเมื่อได้ร้านติดตั้งที่คิดว่าถูกใจแล้ว ควรนำชื่อร้านเข้าไปหาดูในเว็บบอร์ดว่าชื่อเสียงของร้านเป็นอย่างไร คนที่เคยติดตั้งไปแล้วมีเสียงตอบรับเป็นอย่างไร

 

หากท่านๆ เคยได้อ่านเว็บบอร์ดที่มีคนที่เคยติดตั้งเครื่องปรับอากาศไปแล้วเข้ามาบ่นถึงเรื่องปัญหาของทั้งตัวเครื่องปรับอากาศเองหรือร้านที่ติดตั้งไม่ดีแล้ว หลายๆ ท่านคงจะเห็นความสำคัญของการหาศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกซื้อและติดตั้งเครื่องปรับอากาศไม่มากก็น้อยนะครับ เพราะเครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่องราคาก็ไม่ใช่น้อยเลย


 Page 3 of 4 « 1  2  3  4 »