สัญญาณกันขโมยมีชีวิต

dsc04434วันนี้ผมจะเล่าถึงเรื่องใกล้ตัวผมให้ผู้อ่านได้อ่านกันนะครับ

หลายวันมานี้ได้ข่าวขโมยขึ้นบ้านแถวบ้านผมกันหลายหลังพาให้ที่บ้านกลัวๆ ขึ้นมา แต่ผมสังเกตุว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เกือบ 30 ปี ไม่เคยมีขโมยขึ้นบ้านแม้แต่ครั้งเดียว บ้านตรงข้ามโดนไปสองครั้งเพราะขโมยปีนเข้ามาจากทางหลังบ้าน ข้างบ้านเคยมีคนเปิดประตูรั้วเดินเข้าไปเฉยเลย โชคดีที่หมาบ้านผมเห่าแล้วเผอิญว่าบ้านผมมีคนอยู่ คนในบ้านเลยเดินออกไป เจอคนแปลกหน้าเข้าไปเดินในบริเวณรั้วข้างบ้านเฉยเลยด้วยความที่บ้านผมรู้จักคุ้นเคยกับข้างบ้านดี ก็เลยไถ่ถามว่าเค้าเป็นใคร เค้าไม่ตอบรีบเดินออกไปเลยทันที    พอข้างบ้านกลับบ้านมาจึงได้ไถ่ถามปรากฎว่าเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใคร เราสงสัยกันว่าต้องเป็น “ขโมย” แน่ๆ เนื่องจากข้างบ้านค่อนข้างมีฐานะ สิ่งที่เค้าคิดอันดับแรกเลยคือ ติดสัญญาณกันขโมยดีหรือไม่ คำถามนี้คงเกิดกับผู้อ่านหลายๆ ท่านแน่นอน แต่ผมอยากให้ข้อสังเกตุกับการติดสัญญาณกันขโมยที่เสียค่าใช้จ่ายมากมาย

เราลองมาคิดกันดูว่ามีอะไรที่จะมาแทนทีสัญญาณกันขโมยได้บ้าง

-เพื่อนบ้าน

เนื่องจากชีวิตประจำวันของคนสมัยปัจจุบันที่หาเช้ากินค่ำ ออกทำงานแต่เช้าตรู่กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำมืด เสาร์-อาทิตย์ก็หมกตัวอยู่แต่ในบ้านหรือไม่เช่นนั้นก็ไปเดินตามห้างสรรพสินค้า ดูหนัง ช้อปปิ้ง บ้านก็ถูกทิ้งไว้ล็อคประตูชั้นแล้วชั้นเล่า แต่ก็ยังไม่วายที่จะห่วงว่าขโมยจะขึ้นบ้านไหม หากเรามีเวลาสักนิดทักทายเพื่อนบ้าน ทำความรู้จักพูดคุย เราก็จะได้ทั้งเพื่อนใหม่และคนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กันในยามที่ไม่มีคนอยู่บ้าน อย่างน้อยถึงแม้เราจะไม่อยู่บ้าน แต่เราก็ยังมีสายตาของเพื่อนบ้านรอบข้างช่วยสอดส่องให้เราบ้างจริงไหมครับ

-สุนัข

นอกจากสุนัขยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเราแล้ว ด้วยความที่ธรรมชาติของสุนัขมีอวัยวะดมกลิ่นที่ดีเลิศ และหูที่สามารถฟังเสียงได้ดีกว่าเราเป็นร้อยเท่า สิ่งนี้แหละที่จะช่วยเตือนภัยให้เราได้อย่างดีทีเดียว ถึงแม้สุนัขอาจจะไม่ได้ช่วยกันขโมยแต่สามารถทำให้เรารู้ก่อนที่ขโมยจะถึงตัว หรือแม้แต่ทำให้ขโมยตกใจหนีไปเลยก็ได้เช่นกัน หรืออีกกรณีนึงคือเมื่อขโมยมาครั้งแรกแล้วพบเห็นว่าบ้านเรามีสุนัข มาคราวที่สองอาจจะถึงขั้นวางยาสุนัขแล้วล่ะก็ การเลี้ยงสุนัขก็เป็นอีกวิธีนึงที่จะช่วยป้องกันได้ แต่หากต้องเลือกพันธุ์ของสุนัขให้เหมาะสมกับการเลี้ยงในบ้านด้วยเช่นกัน

-ตำรวจ

หากบ้านที่เราอยู่นั้นอยู่ลึกเข้าไปในซอย ซอยเปลี่ยว เราสามารถใช้บริการจุดตรวจของตำรวจได้ โดยไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจเพื่อที่จะติดตั้งจุดตรวจ ก็เป็นการป้องกันเหตุร้ายได้อีกวิธีนึงเช่นกัน

 

ที่เล่ามานี้เป็นข้อคิดเห็นเล็กๆน้อยๆ ในวิธีกันขโมยแบบง่ายๆ โดยไม่เสียค่าใช่จ่ายมาก และได้ความสุขใจในการได้พบเพื่อนหรือแม้แต่การเลี้ยงสุนัข เมื่อเห็นอย่างนี้แล้วจะรอช้าอยู่ทำไมครับ ลุกออกไปจูงสุนัขทักทายเพื่อนบ้านกันดีไหมครับ

ผนังแตกลายงาเกิดจากอะไร

ฉาบรอยร้าวที่เกิดขึ้นจากงานก่อสร้างมีหลายประเภท แต่วันนี้จะพูดถึงรอยร้าวที่เกิดจากการฉาบที่ไม่ถูกวิธี

การฉาบที่ถูกวิธีนั้น มีขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากแต่ช่างมือใหม่หรือช่างเถอะมักจะละเลยหรือความไม่รู้ ทำให้ได้ผนังที่ไม่มีคุณภาพ รอยร้าวแบบแตกลายงาเต็มผืนผนังไปหมด

หากท่านสังเกตดีๆ อุปกรณ์ที่คู่กายช่างก่อและช่างฉาบคือ กระป๋องน้ำและแปรงที่ไว้สำหรับสะบัดน้ำ ถ้าท่านเห็นช่างกำลังก่อฉาบแต่ข้างตัวพบแต่กระป๋องปูนก็ให้ท่านเอะใจไว้ก่อนเลยว่าช่างได้ละเลยอะไรบางอย่างหรือเปล่า

การก่อฉาบที่ถูกต้องนั้นน้ำเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะน้ำที่ต้องมีไว้นั้นก็เพื่อไม่ให้ปูนสูญเสียน้ำไปกับอิฐ ดังนั้นในการก่อผนังอิฐจึงต้องแช่น้ำให้อิ่มตัวเสียก่อนจึงนำมาก่อได้ ส่วนในการฉาบก็เช่นกัน แต่ต่างกันตรงวิธีการคือในการฉาบอิฐได้ถูกนำมาก่อเป็นผนังเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นก่อนการฉาบช่างจึงใช้แปรงสะบัดน้ำให้ทั่วผนังที่จะฉาบให้ชุ่มพอประมาณ และจึงทำการฉาบปูน และเมื่อปูนเริ่มหมาด ช่างก็ต้องใช้แปรงสะบัดน้ำไปที่ผนัง เพื่อชดเชยน้ำที่กำลังระเหยเมื่อปูนกำลังจะแห้ง เพราะหากน้ำในปูนที่เราฉาบไว้นั้นละเหยเร็วเกินไปจะทำให้ปูนหดตัวอย่างรวดเร็ว และจะทำให้เกิดรอยแตกลายงาของผนังขึ้นได้

จะเห็นว่าสิ่งละอันพันละน้อยเล็กๆนี้ อาจนำไปสู่ปัญหาที่จุกจิกกวนใจท่านเจ้าของบ้านได้อยู่ไม่มากก็น้อย

อิฐกับน้ำ —>อิฐแช่น้ำ —>ผนังไม่แข็งแรง

ก่ออิฐหลายๆ ท่านที่เคยเข้าไปดูในไซค์งานก่อสร้างบ่อยๆ คงเคยเห็นกระป๋องน้ำที่ตั้งอยู่ข้างตัวของช่างก่อ ซึ่งหากมองเข้าไปในกระป๋อง ท่านก็จะเห็นแช่น้ำอยู่ในนั้น สงสัยใช่ไหมครับว่าทำไมต้องเอาอิฐแช่น้ำ

การที่ต้องนำอิฐแช่น้ำก็เพราะว่าในการก่อผนังหรือกำแพงนั้นเราจะใช้ปูนซีเมนต์เป็นตัวประสานยึดอิฐเหล่านั้นไว้ด้วยกัน ซึ่งในการก่ออิฐนั้นผิวสัมผัสของอิฐจะต้องสัมผัสกับปูนโดยตรงและในปูนนั้นก็มีส่วนผสมของน้ำอยู่ด้วยและน้ำก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในปูนเลยทีเดียว หากอิฐแห้งอิฐก็จะดูดน้ำจากปูนเข้าไปทำให้อัตราส่วนผสมของปูนผิดเพี้ยนไปคืออัตราส่วนของน้ำจะลดลงนั่นเอง ซึ่งทำให้ผนังที่เราก่อไว้นั้นไม่แข็งแรงและอาจเกิดรอยร้าวขึ้นได้ (ถ้าลองเอามือจับตอนปูนแห้งจะสังเกตว่าปูนร่วนมาก)

วิธีแก้ไขการดูดน้ำออกจากปูนของอิฐก็คือ การนำอิฐไปแช่น้ำนั่นเอง และที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คืออิฐจะต้องแช่น้ำจนอิ่มตัวด้วย จะสังเกตอย่างไรว่าอิฐแช่น้ำจนอิ่มตัว ง่ายๆ ครับคือแช่น้ำจนกระทั่งอิฐไม่มีฟองอากาศปุดขึ้นมาอีก (ฟองอากาศเกิดจากน้ำเข้าไปแทนที่อากาศในรูพรุนของก้อนอิฐนั่นเอง)

เมื่อท่านทราบอย่างนี้แล้ว เมื่อเข้าไปไซค์ก่อสร้างบ้านท่านเองหากช่างตั้งหน้าตั้งตาก่ออิฐโดยไม่แช่น้ำแล้วล่ะก็ ต้องรีบชี้แจงช่างโดยด่วนเลยนะครับ ไม่เช่นนั้นแล้วผนังบ้านของท่านจะอ่อนแอลงมากเลยทีเดียว เผลอจะได้ผนังร้าวให้ตามแก้กันวุ่นวายเลยเชียว

จะเปลี่ยนสีผนังต้องทำอย่างไร

จะทำอย่างไรดีเมื่อสีของบ้านในโครงการเราไม่ชอบเอาซะเลย อยากเปลี่ยนสีแต่ไม่รู้ต้องทำอย่างไรให้สีติดทนไม่หลุดลอกภายหลัง

 

ไม่ยากครับในการเปลี่ยนสีผนัง ก่อนอื่นเราจะแบ่งผนังออกเป็นสองประเภทคือผนังภายนอก และผนังภายใน ผนังภายนอกคือผนังที่อยู่ด้านนอกอาคาร ที่จะต้องโดนแดด โดนฝน ฝุ่นละออง ความร้อน ความชื้น ความแตกต่างของอุณหภูมิ ผนังภายในคือผนังด้านในอาคารที่ไม่ค่อยเจออากาศที่แปรปรวนเหมือนผนังด้านนอกอาคาร แต่ผนังด้านในอาคารจะสกปรกด้วยฝีมือมนุษย์ได้มากกว่า ด้วยความแตกต่างของการใช้งานของผนังดังนี้แล้วบริษัทผู้ผลิตสีจึงแยกประเภทของสีตามการใช้งานของผนังนั่นคือ สีที่ใช้ทาภายนอก และสีที่ใช้ทาภายใน ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายชนิด

 

ในการเปลี่ยนสีผนังทั้งภายนอกและภายในมีวิธีการที่เหมือนกัน 3 ขั้นตอน ดังนี้

-ทำความสะอาดพื้นผิวเดิมหากสีเดิมยังอยู่ในสภาพดีและมีการยึดเกาะดี ให้ขจัดฝุ่น คราบไขมัน สนิม รา ตะไคร่น้ำออกให้หมด หากสีเดิมชำรุดให้ขูดสีเก่าออกให้หมด จากนั้นก็ทำความสะอาดฝุ่น คราบไขมัน สนิม รา ตะไคร่น้ำออกให้หมดด้วยการเช็ดออกด้วยสารละลายไฮเปอร์คลอไรท์(น้ำยาซักผ้าขาว) ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วใช้น้ำสะอาดล้างออก ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน  หากบริเวณที่จะทาสีนี้มีรอยหลุมหรือรอยตะปูให้ทำการโป๊วและขัดให้เนียนก่อนแล้วจึงทำความสะอาดพื้นผิวและทิ้งไว้ให้แห้งสนิทก่อน

-ทาสีรองพื้น เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะของสีทับหน้า นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันสีทับหน้ามิให้เกิดรอยด่างจากสภาพด่างของพื้นผิวปูนซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟิล์มสีซีด และหมดอายุก่อนกำหนด  จากนั้นรอให้แห้งสนิทจึงดำเนินการขั้นต่อไป

-การทาสีจริง โดยทาอย่างน้อย 2 เที่ยว (ดูตามสภาพพื้นผิวที่ทา) โดยให้สีเที่ยวแรกแห้งสนิทดีเสียก่อน (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงแล้วแต่ชนิดของสี)

 

แค่นี้เราก็เปลี่ยนสีผนังบ้านของเราทั้งภายนอกภายในให้สวยทนได้ตามใจเราต้องการแล้วล่ะครับ

หาผู้รับเหมาไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย

เมื่อขั้นตอนการออกแบบ-เขียนแบบและขออนุญาตปลูกสร้างบ้านเสร็จแล้วเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปในการสร้างฝันในการมีบ้านให้เป็นจริงคือขั้นตอนการหาผู้รับเหมา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่ง จะปวดหัวมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้เป็นสำคัญเช่นกัน ในตอนนี้เราจะเสนอสิ่งที่ควรทราบจากผู้รับเหมาและการเตรียมตัวต่างๆ ก่อนการปลูกสร้าง ทั้งการคัดเลือกผู้รับเหมา การทำสัญญาการจ่ายเงิน และการเตรียมตัวจัดการกับปัญหาต่างๆ ในระหว่างการก่อสร้าง

ในการคัดเลือกผู้รับเหมานั้นสิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักผู้รับเหมาให้ดีพอ ในที่นี้หมายถึง เราควรสอบถามผู้รับเหมาถึงสิ่งที่ผู้รับเหมาเคยทำมาก่อน งานใหญ่ งานเล็ก งานประเภทไหน หากเป็นไปได้ควรไปชมผลงานเก่าๆ ที่ผู้รับเหมาท่านนั้นทำมาก่อนด้วย และที่สำคัญอย่าลืมสอบถามถึงผู้รับเหมาจากปากของลูกค้าท่านอื่นว่ามีปัญหาอะไรและมีสิ่งที่ควรระวังอะไรบ้าง มีการรับประกันผลงานหรือไม่ เป็นระยะเวลาเท่าใด อีกอย่างที่สำคัญมากคือการคิดราคาของผู้รับเหมาว่ามีการคิดราคาอย่างไร แยกค่าของค่าแรงหรือไม่ หรือต้องการแต่ค่าแรง ส่วนค่าวัสดุเราเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งในส่วนนี้ควรคิดถึงส่วนได้ส่วนเสียให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ และควรดูรายการค่าใช้จ่ายให้ละเอียดว่ามีส่วนใดขาดตกบกพร่องไปหรือไม่หากมีควรแจ้งให้ผู้รับเหมาทราบเพื่อกันการเรียกร้องค่าใช้จ่ายในส่วนที่หายไปในภายหลัง ส่วนการจ่ายเงินนั้นมีการแบ่งงวดการจ่ายเงินอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ และควรลงลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนก่อนการก่อสร้างจะเริ่มขึ้น ควรระบุให้ชัดเจนด้วยว่าทางผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบความสะอาดในบริเวณก่อสร้าง ตกลงเวลาเปิด-ปิดสถานที่ก่อสร้างให้ชัดเจนเพื่อป้องกันความเสียหายภายในบริเวณก่อสร้าง

เมื่อเราคัดเลือกผู้รับเหมาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปคือการทำสัญญา ในสัญญานั้นควรจะประกอบด้วยแบบก่อสร้างทั้งแบบสถาปัตยกรรมและแบบวิศวกรรม แผนที่แสดงตำแหน่งสถานที่ก่อสร้าง รายละเอียดของวัสดุ สี ยี่ห้อ ขนาดและอุปกรณ์ที่ใช้พ่วงให้ชัดเจน หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้รับเหมา รายชื่อคนงาน ขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด การจัดซื้อวัสดุ ระยะเวลาการทำงาน โดยกำหนดวันที่เริ่มงานและวันที่เสร็จงานให้ชัดเจน และหากจะต้องเลื่อนวันส่งงานออกไปจะต้องมีเงื่อนไขตกลงไว้ก่อนด้วย หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบหน้างานผู้รับเหมาจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนลงมือก่อสร้างในส่วนนั้นๆ พร้อมจดลงในบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย และควรระบุถึงรายละเอียดข้อตกลงทุกอย่างไว้ทั้งหมด รายละเอียดกำหนดการการจ่ายเงินในงวดต่างๆ กำหนดความรับผิดชอบต่อคนงานในกรณีที่เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของคนงานในเขตก่อสร้าง กำหนดระยะเวลาการรับประกันผลงานและเงื่อนไขในการรับประกัน

ในขณะก่อสร้างเราควรจะมีเงินสำรองในกรณีที่มีปัญหาในการก่อสร้างด้วย เช่น วัสดุที่ระบุไว้ในแบบไม่เหมาะสมกับงานก่อสร้างจริง หรือเราอยากจะเปลี่ยนวัสดุก่อนหรือหลังการติดตั้งไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากที่ตกลงไว้ในสัญญา

จะเห็นว่าในการก่อสร้างนั้นมีข้อจุกจิกมากมาย ดังนั้นก่อนดำเนินการก่อสร้างเราควรศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่ถูกผู้รับเหมาที่ไม่ดีเอาเปรียบนะครับ

เสาเอ็นสิ่งที่ช่างชอบละเลย

เสาเอ็น

หลายๆ ท่านคงเคยเห็นรอยร้าวบริเวณขอบประตูหน้าต่างที่มีลักษณะเป็นรอยเฉียง 45 องศากับแนววงกบแต่ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร บางท่านอาจคิดไปไกลถึงความแข็งแรงของตัวบ้านเลยทีเดียว


จริงๆ แล้วรอยร้าวดังกล่าวนี้นอกจากจะเกิดจากการบิดแอ่นตัวของวงกบประตูหรือหน้าต่างแล้ว ยังเกิดจากการกระแทกที่เกิดสะสมขณะที่เราเปิด-ปิดประตูหรือหน้าต่างด้วย ซึ่งในทางปฎิบัติในการก่อสร้างที่ถูกต้องเรามีวิธีป้องกันรอยร้าวดังกล่าวนี้อยู่แล้วนั่นก็คือการทำเสาเอ็นและทับหลัง แต่หากช่างไม่ได้ให้ความสำคัญในการทำให้ถูกต้องนั่นเอง ดังนั้นท่านเจ้าของบ้านต้องเป็นคนกำชับให้ช่างอย่าละเลยการทำเสาเอ็นและทับหลังด้วย


หลักของเสาเอ็นและทับหลังนี่ก็คือ เสาเอ็นนี้ทำหน้าที่เสมือนเสาที่ประกบข้างวงกบประตูหน้าต่างในแนวตั้ง ส่วนทับหลังทำหน้าที่เสมือนคานที่ประกบรอบวงกบประตูหน้าต่างในแนวนอน วิธีการในการทำเสาเอ็นและคานทับหลังคือการตั้งแบบหล่อเสาเอ็นและทับหลังเช่นเดียวกับเสาหรือคานโดยทั่วไป จากนั้นจึงใส่เหล็กและเทคอนกรีต (มีหินประกอบด้วย) โดยอย่าลืมเสียบเหล็กหนวดกุ้งเพื่อเพิ่มแรงยึดเหนี่ยวกับผนังใกล้เคียงด้วย และที่สำคัญเสาเอ็นนั้นควรจะเทยาวตั้งแต่คานบนถึงคานล่างและควรมีเหล็กเสียบเข้าไปในคานดังกล่าวด้วย หรือจะใช้วิธีเททับหลังยาวระหว่างเสาถึงเสาก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้แล้วควรตอกตะปู 4 นิ้วโดยรอบวงกบด้านที่ติดกับผนังด้วยเพื่อช่วยในการยึดเกาะ ดังกล่าวนี้คือวิธีการก่อสร้างเสาเอ็นและทับหลังที่ถูกต้อง


เมื่อท่านๆ ทราบถึงวิธีการและความสำคัญของเสาเอ็นและทับหลังแล้ว ดังนั้นอย่าลืมกำชับช่างอย่าให้ละเลยการทำเสาเอ็นและทับหลัง หากละเลยแล้วความเสียหายอาจจะไม่มากมายแต่ก่อให้เกิดความจุกจิกกวนใจไม่มากก่อน้อยเช่นกัน

คุณลักษณะของบ้านที่ดี

garden_pic1
” บ้านที่ดีควรจะมีลักษณะอย่างไร? ”

คำถามนี้สำหรับบางคนอาจจะตอบได้อย่างรวดเร็ว โดยแทบไม่ต้องคิดเลยว่าบ้านที่ดีควรจะเป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่โตออกแบบไว้อย่างหรูหรา และมีราคาแพง อันที่จริงคำตอบเช่นนี้ก็คงมีส่วนถูกอยู่บ้างสำหรับบางมุมมองหรือสำหรับบางคน แต่คงไม่ถูกต้องเสมอไปสำหรับทุกๆคน เพราะบ้านหลังใหญ่ก็ย่อมมีปัญหาด้านการดูแลรักษาเป็นธรรมดา บ้านที่หรูหราเกินไปอาจจะไม่ตรงกับรสนิยมของบางคน ซ้ำร้ายยังอาจเป็นเครื่องล่อตาล่อใจบรรดาโจรขโมยได้เป็นอย่างดี ส่วนบ้านที่มีราคาแพงก็อาจจะเกิดจากผู้ขายหรือผู้รับเหมาต้องการกำไรสูงๆ มากกว่าการที่จะได้บ้านดีสมราคาก็เป็นไปได้เช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแล้วบ้านที่ดีควรจะเป็นอย่างไร บ้านแบบไหนจึงจะเรียกได้ว่าเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุกๆคน โดยไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย


เรามาลองพิจารณาถึงคุณลักษณะของบ้านที่คิดว่าน่าจะเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุกๆคน แล้วลองถามตนเองดูว่าเห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่

บ้านที่ดีจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะพื้นฐานอย่างน้อย 4 ประการดังต่อไปนี้

1. มีความสวยงามเรียบร้อย

2. มีความมั่นคงแข็งแรง

3. ให้ประโยชน์ใช้สอยได้ดี

4. บำรุงรักษาง่าย

จากคุณลักษณะทั้ง 4 ประการดังกล่าว จะเห็นได้ว่าบ้านที่ดีอย่างน้อยควรมีลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการพื้นฐานของคนทั่วๆไป กล่าวคือ สามารถให้ความสุขและความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัยโดยมิได้ขึ้นกับขนาด ความหรูหรา หรือราคาเท่านั้น เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะก่อให้เกิดความสุขและความพอใจแก่ผู้อยู่อาศัยได้เสมอไป และการที่คุณลักษณะของบ้านที่ดีทั้ง 4 ประการนี้จะเกิดขึ้นได้นั้นย่อมต้องเริ่มจากขั้นตอนการปลูกสร้างบ้านอย่างมีคุณภาพ แล้วทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างบ้านที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้บ้านที่ดีตามคุณลักษณะข้างต้นได้ เรามาลองพิจารณาถึงองค์ประกอบที่สำคัญอันจะส่งผลต่อคุณภาพของบ้านในหัวข้อต่อไป

บ้านมือสอง เลือกอย่างไร

บ้านมือสอง

การเลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่ดีนั้น เน้นคุณสมบัติ 3 ประการ คือ ราคา ถูกเพื่อนบ้านดี ทำเลเด่น

1.ดูทำเล บ้านมือสอง เน้นพื้นที่ในย่านที่กำลังมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น หรือฟื้นฟูจากสภาพไม่น่าอยู่

 

2.สำรวจสภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านโดยเข้าไปพูด คุยสำรวจสอบถามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในสภาพแวดล้อมควร เน้นเลือกแหล่งที่ยังคงเจริญต่อไป และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อชีวิตประจำวัน เช่น ใกล้โรงเรียน ศูนย์การค้า ตลาด และโรงพยาบาล ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าน้ำจะต้องไม่ท่วมและไม่มีมลภาวะทางกลิ่น แสง และเสียง

 

3.สภาพ บ้านมือสอง เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะมูลค่า บ้านมือสองนอกจากจะขึ้นอยู่กับความต้องการและปริมาณสินค้าในตลาดแล้วยังขึ้นอยู่กับ ลักษณะตัว บ้านมือสอง เองด้วย ให้ท่านสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินด้วยตัวเอง เช่น ตรวจดูขนาดทรัพย์สินว่าเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์หรือเปล่า สภาพทรัพย์สิน การปรับปรุงทรัพย์สิน และการจัดการทรัพย์สิน

 

4.ซื้อ บ้านมือสอง ที่ราคาค่าเช่าต่ำกว่าราคาเช่าในท้องตลาด เพราะเราสามารถเพิ่มค่าเช่าได้

5.เลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่มีเงื่อนไขเงินกู้สนับสนุน เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด หรืออัตราดอกเบี้ย 0% เพราะผลประโยชน์เหล่านี้คือส่วนลดจากราคาซื้อ บ้านมือสอง นั่นเอง

6.สอบถามเรื่องบริการชุมชนจากเพื่อนว่างานสารธาณูป โภคตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ และเหมาะสมหรือไม่

7.ตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการจำนอง บ้านมือสอง เดิมกับสถาบันการเงินให้ชัดเจนรวมถึงภารผูกพันและสัญญาเช่าเดิมที่มีอยู่กับ ผู้อาศัยในปัจจุบันเพระผู้ซื้ออาจมีปัญหาการส่งค่างวด หรือค่าบริหารทรัพย์สินส่วนกลางต้องคุยรายละเอียดในเงื่อนไขเหล่านี้ให้ ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

8.ต้องคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอน บ้านมือสอง ที่จะซื้อ และภาษีให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับภาระ

9.เปรียบเทียบกับราคาประเมินบ้านที่มีอยู่แล้ว เช่น ราคาซื้อขาย บ้านมือสอง ที่คล้ายคลึงในบริเวณที่ใกล้เคียง ราคาประเมินของกรมที่ดิน ของธนาคาร และบริษัทประเมิน

10.ต่อรองราคาให้ราคาต่ำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไป ได้ การต่อรองราคาถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องใช้เสมอ ก่อนที่จะทำสัญญาซื้อขายขั้นสุดท้าย ให้ระลึกไว้เสมอว่าเงินทุกบาทที่ท่านต่อรองซื้อได้ต่ำกว่าราคาเสนอขาย นั่นหมายถึงกำไรที่จะตกมาถึงท่านในที่สุดนั่นเอง

11.ตรวจสอบและขอหลักฐานเก่าๆ ที่เป็นส่วนประกอบของสัญญาเดิมเอาไว้ เพราะเอกสารเหล่านี้มีผลในการบังคับให้เจ้าของโครงการต้องปฏิบัติตามที่ตกลง หรือสัญญาที่เคยระบุไว้

12.การใช้บริการของบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ จัดเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเลือกซื้อ บ้านมือสอง อย่างชาญฉลาดทางหนึ่ง เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้มี บ้านมือสอง มาให้เลือกมากขึ้น และยังมีโอกาสให้มีคำแนะนำและการช่วยเหลือในด้านต่างฯ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ บ้านมือสอง ด้วย เช่น การพาไปดูบ้าน การติดต่อสถาบันการเงิน การหาราคาประเมิน ซึ่งบริการเหล่านี้มักไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือหากเสียก็น้อยมาก (เพิ่มเติม…)

ทำไมเราต้องตรวจสอบบ้านที่กำลังก่อสร้าง

หลายท่านคงสงสัยว่า ทำไมเราต้องตรวจสอบบ้านที่กำลังก่อสร้่างด้วย ทั้งๆ ที่ซื้อกับโครงการและในโครงการก็เต็มไปด้วยวิศวกรและโฟร์แมนที่คอยตรวจสอบการทำงานของผู้รับเหมาอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่จึงไม่ได้ให้ความสำคัญในการตรวจสอบบ้านในขณะก่อสร้าง

1824

แต่ความเป็นจริงแล้วการตรวจสอบบ้านก่อนโอนนั้นเป็นการตรวจสอบเพียงผิวเผิญเท่านั้น คือตรวจสอบได้แค่ที่ตาเห็น แม้บางอย่างจะสามารถตรวจสอบได้ด้วยสายตา แต่ก็แก้ไขได้ยาก เช่น ระดับอ่างล้างหน้าต่ำกว่า 80 ซม. ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานและจะทำให้มีปัญหาในการใช้งาน แต่เนื่องจากเป็นเรื่องของความสะดวกสบายในการใช้งานเจ้าของบ้านส่วนใหญ่จึงเลยตามเลย แต่ถ้าหากเป้นเรื่องท่อสุขาภิบาลที่อยู่ใต้พื้นดินที่ตรวจสอบได้ยาก เมื่อมีปัญหาภายหลังอาจถึงขั้นทุบทิ้งเลยทีเดียวซึ่งบางครั้งปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ได้แสดงออกมาภายในปีหรือสองปี แต่อาจจะใช้เวลานานกว่านั้น และเมื่อถึงเวลานั้นประกันของบ้านก็จะหมดไป ส่วนค่าใช้จ่ายก็จะตกเป็นของเจ้่าของบ้าน โดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าส่วนที่เสียนั้นผิดพลาดมาตั้งแต่ก่อสร้างแล้ว


นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนเพื่อให้เห็นความสำคัญของการตรวจสอบบ้านตั้งแต่ก่อสร้าง เพราะเราจะได้ทราบเกือบทุกขั้นตอนที่ดำเนินไปในการก่อสร้าง และเพื่อให้การก่อสร้างตรงตามหลักสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ซึ่งหากการก่อสร้างทำได้ตามหลักดังกล่าวแล้วปัญหาที่จะตามมาก็จะน้อยลงไปในที่สุด


 Page 4 of 4 « 1  2  3  4